ตอนหน้าจบ!
 
 
 
 

One Step Behind You

wessnette

Part 4:

 

คิดว่าเคยเข้าใจ...แต่ตอนนี้ไม่คิดว่าเข้าใจเลยสักนิด! 

 

ยามากุจิ ทาดาชิยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเรียนของตัวเองมาเกือบนาที อาจดูเหมือนไม่นาน แต่สำหรับห้องเรียนที่กำลังจะเริ่มชั่วโมงแรกในอีกไม่กี่อึดใจ ก็ไม่ยากที่จะบอกว่าผิดปกติ

หนังสือการ์ตูนเรื่องเดียวกับที่เขาจำได้ว่าเคยเอาไปห้องของ 'ใครบางคน' แล้วไปลืมไว้ และสุดท้ายก็เอาคืนมาไม่สำเร็จ แถมยังจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเหยียบลงไปเต็มเท้า...บัดนี้มีเล่มใหม่เอี่ยมยังไม่ได้แกะแม้แต่ห่อพลาสติก วางรอเอาไว้ให้แปลกใจเล่นเสียอย่างนั้น

ไม่ต้องสงสัย...ไม่ต้องไปเอาผงคาร์บอนมาปัดหาลายนิ้วมือ ไม่ต้องตรวจอะไรทั้งนั้น เขาก็รู้ว่าเป็นผลงานของใคร...มันก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละที่รู้เรื่องนี้...แต่ก็แค่ไม่อยากเชื่อ

สึกิชิมะเป็นบ้าอะไร?! ยามากุจิกรีดร้องอยู่ในใจขณะยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่อย่างนั้น แต่เพราะไม่อยากให้ตัวเองออกอาการผิดปกติมากไปกว่านี้ และตัวคนทำก็อาจจะมองอยู่ด้วยว่าเขาจะทำอย่างไร ยามากุจิคิดอยู่ว่าจะหยิบขึ้นมาปาออกหน้าต่างไปเสียเลยดีไหม แต่ก็ไม่อยากจะเป็นจุดสนใจมากไปกว่านี้...แล้วนี่...ก็อุตส่าห์ไปซื้อมาด้วย คนแบบนั้น...

เด็กหนุ่มตัวสูงถอนหายใจก่อนนั่งลงพร้อมคว้าเอาหนังสือตัวปัญหายัดใส่ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว...เดี๋ยวนะ...จะว่าไป ของที่เขาทิ้งไว้ที่ห้องอีกฝ่ายมันยังมีหนังสือการ์ตูนอีกเล่ม และเกมอีกสองเกม...แต่นี่คืนมาอย่างเดียว ยังไม่จบง่ายๆ สินะ...

ตอนเป็นเพื่อนกันมันก็ดีหรอก แต่พอไม่ใช่นี่สิ...ยามากุจิเก็บความคับข้องใจเอาไว้เงียบๆ พลางปล่อยให้วันนั้นหมดไปโดยไม่คุยกับสึกิชิมะเช่นเดิม

และเช้าวันต่อมา...เขาก็ต้องมายืนนิ่งหน้าโต๊ะตัวเองอีกครั้ง เมื่อหนังสือการ์ตูนอีกเล่มที่เหลือวางรออยู่บนโต๊ะ

"อ่า...สึกิชิมะน่ะ..." เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ลุกมายืนขนาบแล้วเอ่ยชื่อนั้นออกมา บางทีคงจะสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและรู้ว่าใครเป็นคนเอาของมาไว้บนโต๊ะของเขา

"หมอนั่น ง้อนายอยู่...สินะ?"

...สินะ...

ยามากุจิอึ้งไปหลายวินาที อยากจะหันไปมองตัวต้นเรื่องแต่ก็รักษาท่าทีไว้ "ไม่หรอกมั้ง..." เขาตอบก่อนเก็บของบนโต๊ะลงเหมือนเมื่อวาน

ง้อ...มีอะไรแบบนั้นอยู่ในพจนานุกรมของสึกิชิมะ เคย์ด้วยเหรอ...ยามากุจินึกประชดอยู่ในใจ จู่ๆ ก็ทำเรื่องที่ไม่เคยเห็นทำมาก่อน แถมยังมีคนมาพูดสะกิดให้คิด เขาเลยพลอยลุกลี้ลุกลนไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

แล้วอย่างไรต่อล่ะ...ของสี่ชิ้นที่เขาคิดว่าคงไม่มีวันได้คืน ค่อยๆ กลับมาทีละหนึ่ง...วันนี้วันพุธ เขาได้ชิ้นที่สอง ถ้าอีกสองชิ้นตามมาในความถี่เดิม วันศุกร์ก็คงครบพอดี

ถ้าครบ...ก็ไม่มีอะไรแล้ว...

ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย ทำไมเขาจะต้องมารอให้อีกฝ่ายซื้อของคืนให้แบบนี้ด้วยล่ะ ของใหม่ทุกชิ้นในระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ สำหรับเด็กมัธยมต้นที่น่าจะได้เงินค่าขนมไม่มาก ก็ถือว่าไม่ใช่น้อยๆ เลย คิดแล้วยามากุจิ ทาดาชิก็ตัดสินใจว่าจะต้องคุยกับสึกิชิมะให้ได้

เย็นวันนั้น เขาดักรอสึกิชิมะที่ตู้รองเท้า รอจนอีกฝ่ายมาถึงแล้วจึงก้าวไปเผชิญหน้า คนตัวสูงทำหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนที่ชอบทำ

"มีเรื่องจะคุยด้วย"

"อา..." สึกิชิมะตอบรับสั้นๆ

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่ได้คิดหรอกว่าจะไปคุยกันที่ไหนดี อย่างน้อยก็ไม่ใช่ที่ที่คนเดินผ่านไปมาอย่างนี้ ช่วงเวลาเพียงอึดใจที่มีเหลือให้คิดนั้น ยามากุจินึกออกก็แค่หลังอาคารเรียน เขาจึงเดินนำไปแม้จะไม่ค่อยแน่ใจนัก

 สึกิชิมะเดินตามมาด้วยท่าทางเฉยเมย พอเขาหยุด อีกฝ่ายก็หยุดเหมือนรอเผชิญหน้ามานาน

"เรื่องของน่ะ..."

"ฉันซื้อใช้ให้" ดวงตาสีอ่อนหลังกรอบแว่นสีเข้มจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น "แต่ถ้าอยากได้ของเดิมเป็นที่ระลึก ก็จะเอามาให้"

"ไม่อยากได้ทั้งสองนั่นแหละ!" ยามากุจิรีบสวน

ได้ยินอย่างนั้นสึกิชิมะก็เลิกคิ้ว "นึกว่าเป็นเกมที่ชอบมากซะอีก" เจ้าตัวคงหมายถึงเกมอีกสองเกมที่ยังไม่ได้หามาคืนให้

"นั่นมัน ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย ฉันก็แค่ไม่อยากได้อะไรจากนายต่างหาก"

คิ้วของคนตัวสูงกว่ากระตุกเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนไม่พอใจ "ก็เรื่องของนาย" สึกิชิมะพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังกลับเดินทิ้งกันไปดื้อๆ ยามากุจิยืนอ้าปากค้าง เกือบจะสูดลมหายใจตะโกนเรียกให้สุดปอดด้วยความโมโห

แต่เขาก็ไม่ได้ทำ...เพราะรู้ดี ว่าไม่มีประโยชน์อะไร

เช้าวันต่อมา ยามากุจิ ทาดาชิลงเอยด้วยการยืนมองของบนโต๊ะของตัวเองด้วยอาการอ้ำอึ้งไม่ต่างจากวันก่อนๆ...แผ่นเกมใหม่เอี่ยมวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะ ที่ต่างไปจากครั้งก่อนก็คือ...คราวนี้ไม่มีลูกเล่นหรือยึกยักท่ามากมาทีละอันสองอันอีกแล้ว แต่มาพร้อมกันครบทั้งสองเกม

ยามากุจิบรรยายความรู้สึกไม่ถูก เด็กหนุ่มร่างโปร่งได้แต่นั่งลงโดยดีแล้วเก็บของตรงหน้าลงในกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ

หนังสือการ์ตูนสองเล่ม...แล้วก็เกมอีกสองเกม...

เขาอดทนจนถึงเย็น รอเวลาเลิกเรียน แล้วก็จบด้วยการดักเจอสึกิชิมะอีกครั้ง หนนี้เพียงแค่สบตากันเท่านั้น ยามากุจิพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กัดริมฝีปากก่อนคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วฉุดลากให้เดินตามไปหลังอาคารเรียนที่เดียวกับเมื่อวาน เมื่อถึงที่หมาย เขาก็ปล่อยอีกคนแล้วหันมาประจันหน้า เห็นท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของฝ่ายตรงข้าม ยามากุจิก็ยิ่งหงุดหงิด

มือเรียวเปิดกระเป๋าควานเอาของเจ้าปัญหาออกมาอย่างรวดเร็วก่อนยันแผ่นเกมสองแผ่นกดเอาไว้กับอกของสึกิชิมะแน่น ตาจ้องตา เขาฮึดฮัดอย่างเอาเรื่อง "เอาคืนไป บอกแล้วไงว่าไม่เอา"

แน่นอนว่าสึกิชิมะก็ยังทำหน้าเฉยเมยกลับมาและตอบด้วยมาดนิ่งหยิ่งยโส "ไม่" แว่นตาที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ยิ่งทำให้นัยน์ตาคู่นั้นดูเย็นชายิ่งขึ้นไปอีก

"ฉันให้ไปแล้ว จะทำยังไงก็เชิญ"

แค่คำพูดประโยคนั้น ยามากุจิก็รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้เสียอีกแล้ว...ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ เขาล่ะนึกอยากจะท้าทายด้วยการปาลงพื้นแล้วย่ำเท้าเหยียบให้เต็มแรงมันซะตรงนี้...แต่ก็ทำไม่ได้

แผ่นเกมพวกนี้อาจจะไม่ใช่ของลิมิเต็ดแต่ก็อยู่ในช่วงที่หายากพอสมควรแล้ว พอคิดว่าคนอย่างสึกิชิมะที่ดูจะไม่ค่อยสนใจอะไร อุตส่าห์ไปหามาจนได้ มันก็สับสนจนทำอะไรไม่ถูก

โกรธก็โกรธ...แต่ดีใจก็ดีใจ...

แล้วก็...เศร้า...

"ฉันไม่อยากได้! นายเอาคืนไปสิ!" ยามากุจิหลับหูหลับตายืนยันเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนหน้า

"บอกแล้วไงว่าให้ไปแล้ว จะเอาไปทำอะไรก็ตามใจ" เสียงของสึกิชิมะเริ่มแข็งขึ้นมาเล็กน้อย

"ก็คืนนายนี่ไง!" เขาย้อนเสียงดังแล้วออกแรงกดย้ำไปบนแผ่นอกนั้นอีกรอบ "จะมาทำว่าชดใช้คืนให้หมดแล้ว แล้วหมดเรื่องกัน ฉันไม่ยอมรับหรอก!"

เขานึกว่าสึกิชิมะจะพูดอะไรสวนกลับมาให้เจ็บใจ แต่กลับมีแต่ความเงียบ...แม้เพียงอึดใจเดียว แต่พอตามด้วยเสียงทุ่มต่ำในลำคอว่า "หืม...?" เหมือนกับเจออะไรน่าสนใจ ก็ทำเอายามากุจิที่รู้จักอีกฝ่ายดีถึงกับสะดุ้ง

อะไรน่ะ...เขาต้องทำอะไรพลาดไปแล้วแน่ๆ...แต่อะไรล่ะ?

ขณะที่เริ่มขวัญหนีดีฝ่อและลุกลี้ลุกลน คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก มองอย่างไรก็มองไม่เห็นนั้น สึกิชิมะก็พูดออกมาเรียบๆ

"ไม่รับ...เพราะไม่อยากจะจบ...อย่างนั้นสินะ"

...เอ๊ะ?...

......เอ๊ะ?!!!......

"ม..ไม่ใช่! ไม่ใช่แบบนั้น! ฉันแค่...!" ยังไม่ทันจะได้แก้ตัว มือคู่ใหญ่ของคนตรงหน้าก็ยกขึ้นมาคว้าทั้งแผ่นเกมและมือของเขาเอาไว้อย่างไม่ให้ตั้งหลักได้

"เฮ้ย!" ยามากุจิพยายามจะดึงมือคืนมา แต่ก็ไม่สำเร็จ

"นายพูดเรื่องน่าสนใจออกมาแน่ะ รู้ตัวหรือเปล่า ยามากุจิคุง?" สึกิชิมะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดูพึงพอใจกับวินาทีนี้อย่างยิ่งยวด ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามแค่จะเลือกคำอุทานยังเลือกไม่ถูก

"ไม่ใช่! ฉ..ฉันน่ะ ฉัน..." จนแล้วจนรอดก็นึกอะไรไม่ออก ถ้าดึงมือคืนมาได้ ยามากุจิก็อยากจะปิดหน้าไว้อาลัยให้กับความงี่เง่าของตัวเองสักที แต่สึกิชิมะก็ขัดจังหวะความคิดนั้นด้วยการลากตัวเขาให้หลบเข้าชิดกำแพง ไหล่ที่โดนกดเอาไว้ทำให้ยามากุจิเริ่มตื่น

จะทำอะไรน่ะ...ป่านนี้แล้วคงไม่ต้องถามให้เสียเวลา คนที่โดนเบียดจนชิดพยายามเบือนหน้าหนี

"หันมา"

ลมหายใจของฝ่ายตรงข้ามโดนต้นคอจนขนลุกชัน ทั้งที่คิดว่าจะไม่ยอม แต่ตัวเองกลับทำตามเสียเฉยๆ

สัมผัสนุ่มนิ่มจากริมฝีปากของสึกิชิมะกลับมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนตัวเองตกหลุมกับดักหลุมใหญ่จนไม่สามารถตะกายกลับขึ้นไปได้ ยามากุจิหลับตาแน่น ได้แต่รอจังหวะที่อีกฝ่ายผละผ่อนเพื่อสูดลมหายใจ โดนจูบซ้ำๆ เสียจนหัวหมุน ปล่อยให้ปลายลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาไล่ต้อนจนแทบหมดแรง

ไม่นึกรังเกียจไม่พอ ยังจะเคลิบเคลิ้มเสียจนน่าเจ็บใจ...เด็กหนุ่มขยับตัวอย่างอึดอัด พออีกคนละออกไปไม่กดริมฝีปากย้ำลงมาอีกก็คิดว่าจบแล้ว แต่เขายังรู้จักสึกิชิมะในมุมนี้น้อยไป

ร่างโปร่งสะดุ้งโหยงเมื่อต้นขาของฝ่ายตรงข้ามกดแทรกเข้ามาจนเสียดสีเข้ากับส่วนอ่อนไหว ยามากุจิขัดขืนด้วยความตกใจ แต่ขยับหนีไปได้นิดเดียว สึกิชิมะก็จับตัวเอาไว้ได้อีก

"ย..หยุดนะ...อย่า..." พอจะห้ามก็โดนจูบเข้าอีก ร่างกายพ่ายแพ้ต่อแรงกระตุ้นจนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างซื่อสัตย์ สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้นทุกที เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองติดกับเข้าอย่างจัง ถึงหนีไปได้ตอนนี้ก็คงลำบาก

"ด..เดี๋ยวมีคน...ผ่านมา..." ขณะที่มือเรียวของคนตัวสูงกว่าจัดการปลดตะขอและรูดซิปกางเกงลงอย่างรวดเร็ว คนโดนลวนลามก็ร้องบอกเสียงเครือ

"ไม่มีหรอก...อย่าเสียงดังมากก็แล้วกัน"

"...อะไรนะ..." พูดได้เท่านั้นก่อนจะสะดุ้งสุดตัวอีกที เสียงร้องด้วยความตกใจหลุดออกมาแผ่วหวิวก่อนจะถูกกักเก็บไว้หลังริมฝีปากที่ถูกกัดจนแน่น

"สึ...อะ..." ยามากุจิพยายามจะพูด แต่แค่อ้าปากเท่านั้นก็รู้ผล มือของสึกิชิมะหยอกเย้าเล้าโลมต่อเนื่อง ฝ่ามืออุ่นกอบกุมความปรารถนา เรียวนิ้วขยับป้อนความวาบหวามให้ไม่หยุดพัก แค่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังสัมผัสตัวเองแบบใด ใบหน้าของยามากุจิก็เห่อแดงร้อนจัดแทบสิ้นสติ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอับอายมากไปกว่านี้จึงได้แต่เงียบไว้ กลั้นใจอดทนสุดชีวิต

มือที่เคยออกแรงผลักไสกลายเป็นเกาะยึดบ่าของฝ่ายรุกเร้า แข้งขาเริ่มอ่อนแรงจนสั่น ยามากุจิจำต้องพิงตัวเอาไว้กับผนังด้านหลัง ได้แต่ก้มหน้าหลับตาด้วยความอาย ปล่อยให้สึกิชิมะกดปลายจมูกและริมฝีปากลงกับซอกคอได้โดยง่าย

ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นทุกที คนโดนรังแกหอบปนสะอื้นเมื่อรู้ว่าตัวเองใกล้จะทนไม่ไหว

"จะ...อ๊ะ...สึกกี้......" มือเอื้อมลงพยายามยื้อมือของอีกฝ่ายออก ความเสียวซ่านโหมกระหน่ำจนแทบกรีดร้อง "สึกกี้...ป..ปล่อย..."

นัยน์ตาที่เอ่อเชื่อมไปด้วยหยดน้ำปรือขึ้นมองใครอีกคนที่ทำเหมือนไม่ได้ยินคำขอ ใบหน้าของสึกิชิมะอยู่ใกล้เพียงนิดเดียว

"ไม่ปล่อยหรอก" สึกิชิมะยิ้มก่อนจะประกบจูบแนบแน่นแล้วเร่งมือแกล้งจนถึงที่สุด ร่างเพรียวที่ถูกกระทำจนเกินสะกดกลั้นเกร็งกระตุกจิกบ่าคนตัวสูงเต็มแรงพร้อมปลดปล่อยหยาดหยดแห่งความปรารถนา เสียงครางที่ถูกกักกั้นไว้ในลำคอลอดออกมาแผ่วหวิว

ยามากุจิมองคนที่ถอนริมฝีปากออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ สองแก้มแดงปลั่งไปจนถึงใบหู น้ำตาหยดเล็กซึมอยู่ที่หางตา

สึกิชิมะ เคย์...สึกิชิมะคนนั้น เพิ่งจะลวนลามเขาจนถึงขั้นเสร็จสมอารมณ์หมาย ยิ่งได้สติกลับคืนมามากขึ้นเท่าใด ยามากุจิก็ยิ่งอับอายจนแทบขาดใจตายเท่านั้น

ต่างกับสึกิชิมะที่มองกลับมาด้วยแววตานิ่งสนิท

 

"คราวหลังถ้าพูดว่าขยะแขยงอีกล่ะก็...น่าดู"

 

 

 

TBC...

Comment

Comment:

Tweet

หาอ่านคู่นี้อยากมากค่ะ ชอบเนื้อเรื่องมากเลย ทาดาชิน่าร๊ากกกก รอติดตามต่อค่ะ

#8 By Ai-Cream on 2015-08-27 23:47

ทนไม่ไหวแล้วค่าาาาาาาาาาาาาา ต้องขอเม้นท์หน่อย อร่ากกกกวหาดวงสกาดวสฟหกาดสวฟกหด สึกกี้เคย์เป็นคนแบบนี้นี่เอง ฮรืออออออออ ตาบ้าเอ๊ย อยากจะด่าแทนทาดาชิจริงๆ T_____________T แต่ก็สมแล้วเป็นสึกกี้ ที่จริงเค้าหายไปก็โหวงสินะ ชอบเค้าก็ไม่บอก ปากหนัก เอาแต่ใจ ตาแว่นใจร้าย พี่ชายก็ไม่สั่งสอน #พี่อากิจามฮัดชิ่วไปแล้วมั้ง แล้วมาทำแบบนี้ โอยยยย เข้าใจความคิดเลยว่าคิดอะไร เหมือนประโยคที่ทาดาชิพูดว่า บอกชอบไม่ได้แปลว่าปักป้ายให้ทำแบบนี้ได้ นี่เคยเรียนรู้อะไรมั่งมั้ยตานี่ ชอบก็คือชอบ ไอ้อยากทำนี่มันก็อีกส่วน ตกลงตาแว่นเอามารวมกัน? หรือนี่แค่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจกันเนี่ย หรือว่านี่คือสิ่งที่อยากทำมาตลอดสินะ พอเข้าใจว่าทาดาชิปักป้ายพร้อมแล้ว เลยลุยเลย อร๊าาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกกกงวฟหกงฟวหกาวฟหสงกาฟวหสก
ฮรืออออออออ คนเขียนกรุณามาต่อนะคะ ขอตอนจบด้วยค่ะ กรุณาคนอ่านตาดำๆด้วยนะคะ เราเมนสึกกี้ค่ะ แต่คือมาอ่านเรื่องนี้แล้ว สึกกี้คือสึกกี้จริงๆ เป็นตาแว่นขี้แซะได้ถูกใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยังรอตอนต่อไปนะคะ

#7 By Shissosoka (125.27.22.16|125.27.22.16) on 2015-06-19 16:10

;_____; สึกิชิมะ ไอ่แว่นซึนเอ้ยยยยย
นอกจะซึนแล้วยังมือไวอีก คุกคามมากกก
คำพูดคำจานายนี่มันชวนเส้นกระตุกจริง ๆ  
ยามากุจิโดนต้อนจนจนมุมเบยยย 
แต่ดีแล้ววววว ดี ชอบบบบบบบ ฮรือออ 
ยังรอตอนจบอยู่นะค้าาา

#6 By intfo (171.98.59.156|171.98.59.156) on 2014-12-10 09:22

ประโยคสุดท้ายรุนแรงมากกกกกกกกกกก เหวฟงสเวกด้าสหวก้าสกดวเาหฟส้าสหกฟกาำยพน
อิสูงงงงงง อิคนลักลั่นย้อนแย้ง อิปากอย่างใจอย่างงงงงงง
อยากอ่านพาร์ทของสึกกี้บ้างนะ อยากรู้ว่านางสับสนอะไรมากมั้ย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ตอนหน้าจบแล้วเหรอคะ แง้งงงงง

#5 By Pippin (114.109.4.139|114.109.4.139) on 2014-09-23 20:15

ขอเม้นท์รวบยอดเลยนะคะ
กว่าจะหาฟิคคู่นี้เจอ แทบจะปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว กรีดร้องลั่นบ้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ตอนแรกๆอ่านแล้วเจ็บจี๊ดถึงทรวงเลยค่ะ สงสารน้องตาจุดมากถึงมากที่สุด พออ่านต่อๆมาว่าแล้วว่าตาสึกกี้เอ็งต้องซึน ถถถถถถถถถ สมหน้ามะหน้านัก ปากคอเราะร้ายเอง ช่วยไม่ได้
เจอวิธีง้อพี่แกเข้าไป (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ อ่อนยวบยาบแทนทาดาชิ แผนสูงนะคะ   ร้ายกาจค่ะ ร้ายกาจมาก ชอบบบบบบบบ เอาอีกๆ open-mounthed smile
ประโยคสุดท้ายดาเมจอย่างรุนแรง ให้ตายเถอะ ตอนใหม่เถอะนะคะ พลีสสสสสสสสสส
ขอบคุณสำหรับฟิคสนุก(มากๆ)นะคะ

#4 By darkun (171.5.95.52|171.5.95.52) on 2014-09-18 00:15

มาอ่านทีเดียว ขอเม้นรวดเดียวเลยนะคะ ถ้าให้เม้นตั้งแต่บทแรกทั้งๆที่รู้ว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อไปก็คงแปลกๆ
อีกอย่างใจความที่จะเม้นในแต่ละตอนคล้ายๆกันค่ะ
สึกกี้...ไอ้บ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
สึกกี้ ไอ้คนผีทะเลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
สึกกี้ ไอ้หื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
สึกกี้ ไอ้ปากเสียยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
/โอบกอดทาดาชิจังด้วยความรัก
พอเดาๆได้ตั้งแต่ตอนแรกว่าสึกกี้ต้องพูดประมาณน่ารำคาญใส่ทาดาชิจัง แต่นึกไม่ถึงว่าจะไล่ขนาดนี้ ไม่เชื่อหรอกนะว่าจะรักแฟนมาจนไล่เพื่อนอ่ะ..
อุ้ยลืม
ขนาดนี้ไม่ใช่เพื่อนแล้วเนอะ
ท้ายบทหนึ่งทาดาชิจังเท่มาก เหมือนจะตัดใจได้เลยเนอะ...

ม่สิ ตัดใจได้แล้วแต่มีมารมาหลอกต่างหาก
หลอกไปห้องแล้วจับกดนี่
อะหือ อันที่จริงเชียร์ให้คนมารชนะ
(เบลอประโยคบนไป)
แต่ตอนตบนี่สะใจมั่ก....น่าจะถีบกลิ้งลงไปคร่อมแล้วต่อยๆๆๆๆนะคะนะ #เก็บกด

ต่น้องทำแรงสุดก็ตบเนอะ ขนาดน่ายังแค่ได้บ้าไอ้งี่เง่าเลย....ฟังแล้วไม่ยักเจ็บ
อี๋
แล้วซื้อของมาง้อทำไม คิดว่าทาดาชิจังจะประทับใจหรอ
คิดว่ารวยหล่อ
อะไร หล่อ แว่น รวย (อนาคตจะอยู่)คาราสึโนะหรือไง
ทาดาชิจังก็ กลัวอายจนพลาดซะเอง บ้าจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เกลียดประโยคสุดท้าย ถ้าพูดอีกนี่คงโมโหอุ้มเข้าห้องไปเลยใช่ไหม รอตอนต่อนะคะ

#3 By Lufe Lufe Lufe on 2014-09-14 23:27

5555555555 ไปเอาผงคาร์บอนมาตรวจลายนิ้วมือออ นายอ่านโคนันคุงมากไปใช่ม้ายทาดาชี้
โอ้ย สึกกี้แม่งแย่ สัส ง้อด้วยการ์ตูนเล่มเดียวคิดว่าจะได้ผลเรอะ (อาจจะได้???) เอ่อ แล้วมึงถ่วงเวลาเอาคืนทีละชิ้นเพื่อออออออออออ โอ้ย อีดึงเกม รอให้ทาดาชิใจอ่อนใช่มั้ย ออกจะร่ำรวย จริงๆ แล้วซื้อมาคืนตู้มเดียวก็ได้นะเว้ย เอ๊ะ หรือมึงกลัวเค้าแบกกลับบ้านไม่ไหว ห้ะ ละเอียดอ่อนเป็นด้วยหรอ ไม่มั้ง ดึงเกมนั่นแหละ
โถ.. ลูกขา อุตส่าห์เรียกเค้าไปคุยหลังตึกเรียน สุดท้ายก็ทำไรไม่ได้อยู่ดี ยีนส์นางทาสมันฝังแน่นสินะคะ /กัดผ้าเช็ดหน้า
นึกอยากกระทืบอยากโยนทิ้ง นึกไปนะ นึกทุกอย่าง แต่จบด้วยการป๊อดเหมือนเดิมอะค่ะลูกขา... เอาให้เบรกแตกค่ะ ทีเดียวพอ กระทืบยอดหน้าคนให้มันเลยนะคะ ฮิ
ฮื้้อออออออออออ ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยยยย พูดออกมาได้ ไม่รับเพราะไม่อยากจบ แม่ง หลงตัวเองชิบหายยยย (แต่ทาดาชิเอ๊ย... หนูก็รองบาทมันจริงๆ อะค่ะ)
โอ้ยยยยยยยยยยย ไอ้เชี่ยยยยยยยย ทำไมซีนลวนลามสึกกี้แม่งหล่อสรัสสสสสสสสสสสสส โอ้ยๆๆๆ จ่ะ พ่อคนเก่ง พ่อคนเชี่ยวชาญ ต้องไม่ขยะแขยงด้วยนะคะ น่าดูอะไรคะ จะทำไมคะ มึงซึนได้ทำไมน้องเค้าจะซึนบ้างไม่ได้ค๊ะะะ พูดทิ้งท้ายงี้แปลว่าอัลลัยยยย หมั่นไส้ข่าาาาา
/กระทืบแผ่นเกมแทนน้อง
ตอนจบแล้วหรอ จบแล้วคือรักกันแล้วกลับไปสภาพเดิมที่เห็นช่วงม.ปลายช่ายม้ายย

#2 By KeeChan on 2014-08-27 15:24

หนอยยยยยยยยย นังสึกกี้ วิธีง้อ ทุ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
คือ สั้นๆนะ อ่านมาไรก็ดี ขำทาดาชิ บทสึกกี้น้อย ก็หมั่นไส้ตามประสา
มาถึงตรงล่างๆ ทาดามึงช้ามาก กุบอก
แต่เหนือสิ่งอื่นใด อิประโยคสุดท้ายนั่นน่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
แม่งเอ๊ย อิบ้า สึกกี้ ไอ้คนขี้เก๊ก อิแว่นสุซัง อิสูง ว้อยยยยย

#1 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2014-08-27 15:17

poupeegirl fashion brand community